|
เขียนโดย Administrator
|
|
Wednesday, 02 April 2008 |
|
ก่อนจะมาเป็นชมรมแพทย์ชนบท ปี 2515 แพทย์รับทุนรุ่นแรกเริ่มออกปฏิบัติงานในสถานีอนามัยชั้นหนึ่ง โดยเป็นนายแพทย์หัวหน้าสถานีอนามัยซึ่งในระยะแรกต้องประสบปัญหามากมาย ทั้งการขาดแคลน เครื่องมือ เครื่องใช้ เวชภัณฑ์ ยานพาหนะ ขาดแคลนบุคลากร ขาดความเอาใจใส่ดูแลจากผู้บังคับบัญชา ความว้าเหว่ทางวิชาการ ความยากจนของประชาชน และผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น เป็นต้น สภาพปัญหาเหล่านี้กระจายอยู่ทั่วไป ทำให้แพทย์หลายคนทนไม่ได้ ต้องหนีกลับไปอยู่โรงพยาบาลใหญ่ กลับกรุงเทพฯ และบางคนถึงกลับลาออก ปี 2519 กำเนิด " สหพันธ์แพทย์ชนบท" โดยการริเริ่มของ นพ. มานิตย์ ประพันธ์ศิลป์ นพ. อุเทน จารณศรี นพ. ประสพ พาลพ่าย และคณะอีกหลายๆ บางตอนในบทนำของหนังสือ "แพทย์ชนบท" ที่ออกในปี 2519 " สหพันธ์แพทย์ชนบท จะเป็นศูนย์กลางประสานงานแพทย์ระดับอำเภอทั้งประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และความคิดเห็นในการปฏิบัติงานของพวกเรา สหพันธ์แพทย์ชนบท จะเป็นศูนย์กลางในการสรุปความจัดเจนของพวกเราและสนับสนุนนโยบาย สาธารณสุขที่เอื้อประโยชน์แก่ประชาชนส่วนใหญ่อย่างแท้จริง สหพันธ์แพทย์ชนบท จะเป็นกำลังส่วนหนึ่งในการผลักดันให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุข ไปสู่ชนบทให้ปรากฎเป็นจริงขึ้นมาในอนาคตอันใกล้นี้ นี่คือ ภาระ หน้าที่อันสูงส่ง และมีเกียรติของสหพันธ์แพทย์ชนบท " สหพันธ์แพทย์ชนบทได้สลายตัวไปหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519โดยที่ปัญหาต่างๆ และความคับแค้นของโรงพยาบาลอำเภอก็ยังมีอยู่ และต้องการการรักษาเยียวยาอย่างยิ่ง ปี 2521 หลังจากเหตุการณ์การเมืองคลี่คลายลง กลุ่มผู้ก่อตั้งสหพันธ์แพทย์ชนบทอันมี นพ. มานิตย์ ประพันธ์ศิลป์ และนพ. สุวิทย์ วิบูลย์ผลประเสริฐ ได้ตระเวนเยี่ยมเยียนแพทย์ชนบทในภาคอีสาน และร่วมผลักดันให้มีการประชุมแพทย์ชนบททั้งประเทศอีกครั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2521 และที่ประชุมตกลงจะให้มีการรวมกลุ่มขึ้นมาใหม่ โดยใช้ชื่อว่า " ชมรมแพทย์ชนบท การพัฒนาในช่วง 2 ทศวรรษของชมรมแพทย์ชนบท ช่วง พ.ศ. 2521-2526 เป็นช่วงของการวางรากฐานของชมรม กิจกรรมเป็นไปในลักษณะของการ เยี่ยมเยียนสมาชิก ให้ขวัญและกำลังใจ ตลอดจนแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกัน มีการรวมตัวกันเพื่อหาแนวทางในการคลี่คลายปัญหาต่าง ๆ โดยเน้นเรื่องการบริหารจัดการภายในโรงพยาบาลชุมชน มีการจัดทำคู่มือโรงพยาบาลชุมชน จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี ชมรมแพทย์ชนบท ระยะท้ายของช่วงแรกนี้ได้เริ่มมีบทบาทเข้าไปเป็นคณะทำงานชุดต่างๆ ของกระทรวงสาธารณสุข ช่วง พ.ศ. 2526 - 2531 การแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการและการขาดแคลนทรัพยากรต่าง ๆ ในโรงพยาบาลชุมชนเริ่มมีระบบมากขึ้น โดยผสมผสานไปกับงานของกระทรวงสาธารณสุข ชมรมแพทย์ชนบทเริ่มได้รับการยอมรับจากทั้งภายในและภายนอกวงการสาธารณสุข มีการเริ่มจัดตั้ง คปสอ. (คณะกรรมการประสานงานสาธารณสุขระดับอำเภอ) และยกย่องแพทย์ผู้ปฏิบัติงานดีเด่นในท้องถิ่นทุรกันดาร โดยจัดตั้งกองทุน นพ.กนกศักดิ์ พูลเกษร นอกจากนี้ ชมรมแพทย์ชนบทก็เริ่มได้เข้าไปมีบทบาทในการเคลื่อนไหว เรียกร้องปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพในทางสังคมส่วนรวมมากขึ้น ดังเช่น โครงการวิ่งรณรงค์เพื่อการ ไม่สูบบุหรี่ เป็นต้น ช่วง พ.ศ. 2531 - 2537 ชมรมแพทย์ชนบทและสมาชิกที่ทำงานอยู่ในชนบทเริ่มได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของกระแสสังคม และการ การเจริญเติบโตของภาคธุรกิจเอกชน ทำให้เกิดสภาวะปัญหาสมองไหล และการขาดแคลนบุคลากรในโรงพยาบาลชุมชนโดยเฉพาะแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขก็ได้แก้ไขปัญหาโดยการพยายามเพิ่มค่าตอบแทน เพื่อไม่ให้เกิดความแตกต่างจากภาคเอกชนมากเกินไป ซึ่งทำให้เกิดปัญหาด้านการบริหาร ด้านการเงินติดตามมา ประกอบกับกระแสการกลับไปเรียนเป็นแพทย์เฉพาะทางสูงมากขึ้น ทางชมรมแพทย์ชนบทก็ได้พยายามเข้าไปแก้ไข และหาทางออก ตลอดจนเสนอแนวความคิดเห็นเพื่อลดความรนุแรงของปัญหา ที่กระทบกับโรงพยาบาลชุมชนโดยตลอด นอกจากนี้ บทบาทต่อสังคมวงกว้าง ก็ได้มีบทบาทในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ,โครงการอิสานไม่กินปลาดิบ และ รณรงค์เรื่องการใช้ชื่อสามัญทางยา(โครงการโรงพยาบาลปลอด Tread Name) เป็นต้น |
|
แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Wednesday, 02 April 2008 )
|